ประเภทของน้ำนมโค

สินค้านม ( Milk Product )หมายถึงองค์ประกอบอะไรก็ตามที่มีการดัดแปลงจากนม นม ( Milk ) เป็นของกินที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากมาย เมื่อพวกเราคลอดจากท้องคุณแม่ นมเป็นของกินประเภทแรกที่พวกเราได้รับไปสู่ร่างกาย นม มีลักษณะเป็นของเหลวสีขาวขุ่นมีส่วนประกอบเป็นอิมัลชั่น ( Emulsion ) โน่นเป็น นมจะมีไขมันนม ( Butter Fat ) ที่มีลักษณะเป็นหยดเล็กๆกระจายตัวอยู่ในน้ำ ไขมันนมนี้จะไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ แต่ว่าก็จะไม่รวมตัวกันจนกระทั่งมีการแยกชั้น

jumbo jili
สำหรับบางบุคคลแล้วเมื่อกินนมเข้าไปอาจส่งผลให้กำเนิดท้องเดินได้ โดยยิ่งไปกว่านั้นคนแถบเอเซีย เป็นต้นว่า ไทย ลาว เมียนมาร์ เขมร ฯลฯ เพราะเหตุว่าชาวเอเชียเมื่อแก่มากยิ่งกว่า 5 ปี หากมิได้บริโภคนมโดยตลอดแล้ว โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้เพื่อการย่อยน้ำตาลแล็กโตสในนมจะหมดไป เพราะฉะนั้นเมื่อไม่มีโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีย่อยน้ำตาลในนม เมื่อดื่มนมเข้าไปน้ำตาลไม่สามารถที่จะซึมซับไปสู่ร่างกายได้ กลับไปเป็นของกินให้กับจุลอินทรีย์ในไส้ก็เลยเป็นต้นเหตุที่นำมาซึ่งการท้องเดินเมื่อกินนมนั่นเอง การแก้ไขปัญหาดื่มนมแล้วท้องร่วงง่ายดายมากๆ เนื่องจากว่าโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีที่ใช้สำหรับการย่อยน้ำตาลในนมนั้น ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาใหม่ได้ ก็แค่จำต้องได้รับการกระตุ้นจากการดื่มนมก่อน ด้วยเหตุผลดังกล่าวถ้าเกิดอยากได้กินนมแล้วไม่กำเนิดอาการท้องเดิน เจ็บท้อง ให้เริ่มจากการกินนมทีละเล็กละน้อยเป็นทีแรกให้ดื่มนมเพียงแต่ครึ่งแก้วก่อน ดื่มสม่ำเสมอทุกวี่ทุกวันโดยประมาณหนึ่งอาทิตย์ ร่างกายก็จะทำผลิตโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีสำหรับย่อยน้ำตาลในนมออกมา พอเพียงพวกเราดื่มนมในครั้งถัดไปพวกเราก็จะไม่ท้องเดินอีก
สารอาหารหลักในนม
นมเป็นของกินที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกายสูงมากมายเพราะเหตุว่ามีสารอาหารหลักครบอีกทั้ง 5 กลุ่ม ในนมจะประกอบไปด้วย
1.โปรตีน โปรตีนที่อยู่ในนมประกอบไปด้วยกรดอะมิโนหลายแบบ ซึ่งโปรตีนที่ได้จากนมจะมีกรดอะมิโนในขณะที่ต้องต่อสุขภาพร่างกายรวมทั้งกรดอะมิโนที่ไม่มีความสำคัญต่อสุขภาพร่างกาย ซึ่งกรดอะมิโนที่ต้องต่อสภาพร่างกายก็คือกรดอะมิโนที่ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างขึ้นมาเองได้ หรือที่พวกเราเรียกว่า “ เอสเซนเซียล อะไม่โนเอสิด ( Assential Amino Acid ) ” เป็นต้นว่า ลิวซีน เวลีน ไอโซลิวซีน เมทีโอนีน ทริปโตเฟน อาร์จินีน ( Arginine ) ฯลฯ โปรตีนที่เจอในนมราวๆ 80% จะเป็นเคซีน (Casein) โปรตีนที่มีอยู่ในนมจะช่วยสำหรับการเติบโตของร่างกายได้ดี
2.ไขมันนม ( Butter Fat ) นมมีส่วนประกอบที่เป็นไขมันเรียกว่า “ ไขมันนมหรือมันเนย ” ซึ่งไขมันนี้จะอยู่ในรูปของตรีกลีเซอร์ไรด์ ( Triglyceride ) ไขมันนมจัดเป็นแหล่งให้พลังงานของนม ซึ่งให้พลังงานที่สูงมากมาย โดยมันเนย 1 กรัมจะให้พลังงานกับร่างกายถึง 9 แคลอรี่อย่างยิ่งจริงๆ
3.น้ำตาลนม ( Milk Sugar ) นมมีน้ำตาลแล็กโทสเป็นหลัก ซึ่งน้ำตาลแล็กโทสเมื่อย่อยแล้วจะได้น้ำตาลโมเลกุลคนเดียวเป็น น้ำตาลเดกซ์โทรส ( Glucose ) หนึ่งโมเลกุลแล้วก็น้ำตาลกาแล็กโทส ( Galactose ) หนึ่งโมเลกุล ซึ่งน้ำตาลทั้งคู่นี้เป็นแหล่งพลังงานให้กับร่างกายเหมือนกันกับไขมันนม

สล็อต
4.วิตามิน นมอุดมไปด้วยเกลือแร่แล้วก็วิตามินหลายแบบที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกาย ดังเช่นว่า วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอะซิน ( Niacin ) กรดโฟลิก วิตามินซี วิตามินดี วิตามินเค แคลเซียม แล้วก็ ธาตุฟอสฟอรัส ที่มีส่วนช่วยสร้างเสริมความแข็งแรงของกระดูกรวมทั้งฟันของร่างกาย แคลเซียมที่ได้จากนมยังช่วยคุ้มครองป้องกันโรคมะเร็งไส้อย่างดีเยี่ยม โดยยิ่งไปกว่านั้นในผู้ที่เป็นโรคอ้วน เนื่องจากว่าแคลเซียมจะเข้าไปช่วยลดกรดน้ำดีที่สร้างจากไขมัน ทำให้กรดน้ำดีที่ผลิตออกมาจากไขมันส่วนเกินมีจำนวนลดน้อยลง น้ำดีก็เลยไม่อาจจะเข้ามารังควานไส้ให้มีการเคืองหรือมีการอักเสบซึ่งเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เซลล์มีการกลายพันธุ์เปลี่ยนเป็นเซลล์ของโรคมะเร็งที่ไส้ได้
5.น้ำ เป็นองค์ประกอบหลักของนม นมมีน้ำอยู่ราว 85% น้ำมีบทบาทเป็นตัวทำละลายสารอาหาร วิตามิน น้ำตาล ไขมันนมให้รวมอยู่ด้วย เมื่อพวกเรากินนมไปสู่ร่างกาย นอกเหนือจากที่จะได้สารอาหารแล้วร่างกายยังได้รับน้ำเพื่อเพิ่มความสดชื่นให้กับเซลล์ในร่างกายอีกด้วย
นมจะมีไขมันนม ( BUTTER FAT ) ที่มีลักษณะเป็นหยดเล็กๆกระจายตัวอยู่ในน้ำ ไขมันนมนี้จะไม่ละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ แต่ว่าก็จะไม่รวตัวกันจนถึงมีการแยกชั้น นมเป็นของกินที่มีคุณประโยชน์ต่อสภาพร่างกายสูงมากมายด้วยเหตุว่ามีสารอาหารหลักครบอีกทั้ง 5 กลุ่ม
ชนิดของนมวัว
การบริโภคนมช่วยทำให้สุขภาพดีได้รับสารอาหารอย่างสมบูรณ์ การบริโภคนมก็ควรจะเลือกบริโภคนมให้เหมาะสมกับสิ่งที่มีความต้องการของร่างกายก็เลยเป็นผลดีต่อสภาพทางด้านร่างกาย ด้วยเหตุผลดังกล่าวก่อนที่จะพวกเราจะบริโภคนมนั้นพวกเรามาทำความรู้จักกับจำพวกของนมที่มีอยู่ในตลาดกัน เพื่อที่พวกเราจะได้เลือกบริโภคนมได้อย่างแม่นยำ ซึ่งในที่นี้พวกเราจะเอ๋ยถึงนมวัวเพียงอย่างเดียวก่อน
1.นมสด ( Fresh Milk )หมายถึงนมจากธรรมชาติที่รีดออกมาจากเต้านมของสัตว์โดยตรง และก็เอามาใส่ในบรรจุภัณฑ์ ดังเช่นว่า กล่อง ขวด กระป๋อง ฯลฯ ซึ่งข้างกล่องจะกล่าวว่าเป็นนมวัว 100% แบ่งได้ 3 จำพวกหมายถึง
1.1 นมปกติเป็นนมที่ผ่านกรรมวิธีการให้ความร้อนเพื่อทำลายเชื้อจุลชีพที่อยู่ในนมออกเพื่อปกป้องการบูดของนม ซึ่งแนวทางการที่ใช้ในลัษณะของการจำกัดจุลชีวันในนม พวกเราแบ่งได้ 3 แนวทาง เป็น

สล็อตออนไลน์
1.พลาสพบร์ไรซ์ ( Pasteurized Milk )หมายถึงการนำนมสด 100% กระทำผ่านความร้อนราวๆ 63-65 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีหรือแนวทางการทำให้ร้อนที่อุณหภูเขามโดยประมาณ 72 องศาเซลเซียสนาน 16 นาที รวมทั้งทำให้เย็นลงเมื่ออุณหภูมิไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส ซึ่งนมจำพวกนี้จะมีจำนวนไขมันโดยประมาณ 3.8 % นมพลาสพบร์ไรซ์สามารถเก็บไว้ได้นาน 10 ในตู้แช่เย็นหรือตู้แช่นที่มีอุณหภูมิ 2-5 องศาเซลเซียส
2.นมสเตอริไลซ์ ( Sterillized Milk )หมายถึงการนำนมสด 100% กระทำการผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส นาน 12 นาที นมสเตอริไลซ์ที่ยังมิได้เปิดภาชนะใส่จะสามารถเก็บไว้ได้นาน 1 ปีโดยไม่ต้องแช่เย็นแม้กระนั้นถ้าเกิดเปิดแล้วดื่มไม่หมดจำเป็นต้องนำไปแช่นเย็นก็เลยจะรักษาถัดไปได้
3.นมยูเอสครั้ง ( UHT / Ultra High Temperature Milk )หมายถึงนมสด 100% ทำผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 135-150 องศาเซลเซียส นาน 2-3 วินาที แล้วก็เอามาใส่ในภาชนะด้วยขั้นตอนที่ไม่มีเชื้อ นมยูเอสคราวควรที่จะเก็บเอาไว้ภายในที่ไม่ได้รับแสงแดดหรือเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส จะเก็บไว้ได้นาน 6 เดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น
1.2 นมสดพร่องมันเนย ( Low Fat Milk ) หรือนมไขมันต่ำหมายถึงนมสดที่มีการแยกเอาไขมันนิดหน่อยออกไป เพื่อลดพลังงานที่ได้จากนมให้ลดลง แต่ว่าสารอาหารที่ได้รับยังคงราวกับการดื่มนมสดพร่องมันเนย เหมาะกับผู้ที่ปรารถนาสารอาหารครบบริบรูณ์แม้กระนั้นอยากได้พลังงานจากนมในจำนวนที่น้อย
1.3 นมสดขาดมันเนย ( Skim Milk /Non Fat milk )เป็นนมสดที่ทำงานแยกไขมันออกทั้งหมดทั้งปวงหรือแทบจะทั้งหมด อาทิเช่น ไขมัน 0% ไขมัน 0.15% ฯลฯ เหมาะกับผู้ที่ไม่ได้อยากต้องการพลังงานจากการดื่มนม แต่ว่าอยากได้สารอาหารจากนม แต่ทว่าวิตามินที่ละลายได้ในไขมันในนมก็จะมีจำนวนที่ลดน้อยลงตามจำนวนไขมันที่มีอยู่เช่นเดียวกัน
นมขาดมันเนยเหมาะกับผู้ที่ปรารถนาลดหุ่นหรือควบคุมน้ำหนัก

jumboslot
2.นมผง ( Milk Powder )หมายถึงเป็นนมอีกแบบอย่างหนึ่งยอดนิยม โดยการนำนมไประเหยน้ำออกด้วยแนวทางการทำให้แห้ง ( Dehydration ) เพื่อนมอยู่ในรูปของผงพร้อมชง ซึ่งวิธีการทำนมผงมีดังนี้
1.สำรวจประสิทธิภาพหมายถึงการนำนมดิบมาสำรวจประสิทธิภาพว่ามีจำนวนสารอาหาร วิตามินแล้วก็เกลือแร่อยู่ในนมดิบจำนวนเท่าไร รวมทั้งการพิจารณาจำนวนของจุลอินทรีย์ที่เจอในนมด้วย
2.ปรับมาตราฐาน ( Standardization )หมายถึงการปรับองค์ประกอบข้างในนมให้มีจำนวนของไขมันนม วิตามิน ธาตุ ให้มีค่าตามมาตรฐานที่ตั้งไว้ ซึ่งแต่ละบริษัทแตละแบรนด์จะมีค่ามาตราฐานที่ต่างๆนาๆ
3.การพลาสพบไรซ์ ( Pasteurization )เป็นการนำนมที่ผ่านการปรับมาตรฐานเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว มาทำผ่านความร้อนราว 63-65 องศาเซลเซียส นาน 30 นาทีหรือกระบวนการทำให้ร้อนที่อุณหภูมิราว 72 องศาเซลเซียสนาน 16 นาที รวมทั้งทำให้เย็นลงเมื่ออุณหภูมิไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคจุลอินทรีย์ที่มีอยู่ในนมให้หมดไป คุ้มครองการแปดเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์ในนมผงที่ได้
4.การฮอร์โมจีไนซ์ ( Homogenization )หมายถึงแนวทางการทำให้ไขมันนมมีการกระจายตัวให้เล็กลงและก็รวมตัวกันเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ และไม่มีการแยกชั้นขึ้นในวิธีการทำให้แห้ง
5.แนวทางการทำให้เข้มข้นด้วยการระเหย ( Evaporation )เป็นการระเหยเอาน้ำออกมาจากนม ทำให้นมมีความเข้มข้นสูงมากขึ้น สำหรับเพื่อการผลิตนมผงนิยมเอามาทำให้เข้มข้นก่อนจะนำไปทำให้แห้งเพื่อลดเงินลงทุน ลดเวลาแล้วก็ลดพลังงานสำหรับการทำให้แห้ง

slot
6.วิธีการทำให้แห้ง ( Dehydration )หมายถึงแนวทางการทำนมที่เข้มข้นให้แห้งเปลี่ยนเป็นนมผง ซึ่งมีอยู่ 2 ระบบที่นิยมใช้สำหรับเพื่อการทำให้แห้งเป็น
6.1 กระบวนการทำให้แห้งด้วยลูกกลิ้ง ( Drum Drier ) ทำโดยการนำลูกกลิ้งที่มีความร้อนสูงไปสัมผัสกับนมเข้มข้น น้ำที่มีอยู่ในนมจะระเหยออกไปจนถึงหมด เหลือแค่ผงของนมติดอยู่บนลูกกลิ้ง แล้วทำขุดผงนมที่ติดอยู่บนลูกกลิ้งออกมากระทำบดอีกรอบจะได้เป็นนมผง วิธีการทำให้แห้งด้วยลูกกลิ้งไม่เป็นผลดีต่อนมผงที่ได้ไพเราะเพราะพริ้งนมจำเป็นต้องสัมผัสกับความร้อนสูงจากลูกกลิ้ง ก็เลยเกิดปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลทำให้น้ำตาลและก็กรดแอมิโนไลซีนมีกลิ่นไหม้ โปรตีนในนมไม่อาจจะละลายน้ำได้หมด
6.2 วิธีการทำให้แห้งด้วยระบบฉีดฝอย ทำเป็นโดยการฉีดพ่นนมให้เป็นฝอยเข้าไปในห้องที่มีความร้อนหรือให้สัมผัสกับลมร้อนในห้องที่ทำแห้ง ซึ่งลมหรือไอความร้อนจะมีอุณหภูมิราว 150-300 องศาเซลเซียส ปลดปล่อยลมร้อนเข้าไปด้วยความเร็ว 50 เมตรต่อวินาที ซึ่งการปลดปล่อยลมร้อนนี้สามารถปล่อยไปในแนวทางเดียวกับที่ฉีดนมหรือปลดปล่อยในแนวทางที่สวนกับด้านการปล่อยน้ำนมก็ได้