ให้ความรู้เกี่ยวกับชนิดของกรดไขมัน

กรดไขมัน ( Fatty Acids )หมายถึงองค์ประกอบของกรดคาร์บอกสิลิก ที่มีการเรียงหน้าของหางเป็นโซ่แบบ อะลิฟาติเตียนก แบบยาวที่มีทั้งยังกรดไขมันอิ่มตัว ( Saturated ) แล้วก็กรดไขมันไม่อิ่มตัว ( Unsaturated ) กรดไขมันจะมีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบขั้นต่ำ 8 อะตอม แล้วก็โดยมากจะเป็นปริมาณเลขคู่ เนื่องจากว่ากรรมวิธีชีวสังเคราะห์ของกรดไขมันนั้นจะเป็นการเพิ่มโมเลกุลของอะสิเตตซึ่งมีคาร์บอนอยู่เพียงแค่ 2 อะตอม

jumbo jili
ประเภทของกรดไขมัน
1.กรดไขมันอิ่มตัว ( Saturated Fatty Acid )
เป็น กรดไขมัน ( Fatty Acids ) ชนิดหนึ่งที่มีอะตอมของธาตุไฮโดรเจนเกาะเต็มตำแหน่ง และก็มีอะตอมของคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) เกาะเรียงกัน แต่ว่าไม่มีพันธะคู่ระหว่างอะตอม ของคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) และก็ธาตุไฮโดรเจนเกิดขึ้น แบบอย่างของกรดไขมันจำพวกนี้เป็นกรดสเตียริก
กรดไขมันอิ่มตัว ชอบมีอยู่ตามน้ำมันหลายประเภท อาทิเช่น น้ำมันปาล์มโอเลอีน 50% ในน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวมากถึง 92% น้ำมันปาล์มเคอเนลมี 86% น้ำมันเนื้อมี 52% และก็ในน้ำมันหมูมี 40%
2.กรดไขมันไม่อิ่มตัว 1 ตำแหน่ง
กรดไขมันไม่อิ่มตัว 1 ตำแหน่ง ( Monounsaturated Fatty Acid ) เป็น กรดไขมัน ( Fatty Acids ) ชนิดหนึ่งที่มีอะตอมของธาตุไฮโดรเจนเกาะไว้แต่ว่าไม่เต็มตำแหน่งเสมือนกรดไขมันอิ่มตัว แม้กระนั้นมีภาระคู่ระหว่างอะตอมของของคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) กับ ธาตุไฮโดรเจน 1 ตำแหน่ง แบบอย่างของกรดไขมันชนิดนี้ เป็นกรดโอเลอิก ยิ่งไปกว่านี้กรดไขมัน (Fatty Acids)จำพวกนี้ ชอบมีอยู่ในน้ำมันที่ดีต่อร่างกายหมายถึงในน้ำมันเม็ดชามี 88% น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะกอกมี 77% น้ำมันติดอยู่โนลามี 58% น้ำมันไก่มี 48% น้ำมันที่สกัดจากรำข้าวมี 45% น้ำมันเนื้อมี 44% แล้วก็น้ำมันงามี 40%
3.กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง

สล็อต
กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ( Polyunsaturated Fatty Acid ) เป็น กรดไขมัน ( Fatty Acids ) ที่มีอะตอมของธาตุไฮโดรเจนเกาะเต็มปริมาณเหมือนกันกับกรดไขมันอิ่มตัว แต่ว่ามีปริมาณที่มากขึ้น รวมทั้งมีภาระคู่ระหว่างอะตอมของของคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) กับธาตุไฮโดรเจนมากยิ่งกว่า 1 ตำแหน่ง แบบอย่างของกรดไขมันจำพวกนี้เป็น กรดไลโนเลอิก นอกนั้นกรดไขมันชนิดนี้ จะอยู่ในน้ำมันที่สกัดได้จากพืช ยกตัวอย่างเช่น น้ำมันเม็ดคำฝอยมี 75% น้ำมันเม็ดทานตะวันมี 67% น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากข้าวโพดมี 62% น้ำมันที่ทำจากถั่วเหลืองมี 60% แล้วก็น้ำมันถั่วลิสงมี 40% เหมือนกับน้ำมันงา
กรดไขมันแบ่งเป็นกี่ชนิด
ผู้รู้และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการโภชนาการได้จำแนกแยกแยะ กรดไขมัน โดยยึดตามปริมาณอะตอมคาร์บอนเป็นหลัก ดังต่อไปนี้

  1. กรดไขมันสายยาว มีปริมาณอะตอมของ CO2 มากยิ่งกว่า 14 อะตอมขึ้นไป โดยมากจะเจอได้ในน้ำมันจำพวกต่างๆดังเช่น น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากถั่วเหลือง น้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากข้าวโพด น้ำมันค้างโนลา น้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะกอก และก็น้ำมันปาล์ม ธรรมดาแล้ว กรดไขมัน ( Fatty Acids ) สายยาวจะถูกนำไปสะสมอยู่ใต้ผิวหนังรอบๆท้องรวมทั้งไตของมนุษย์ เพื่อนำไปใช้ในยามจำเป็นต้อง ซึ่งถ้าหากว่ามีกรดประเภทนี้มากจนเกินความจำเป็น จะมีผลให้กำเนิดขี้ตะกอนหลงเหลือในเส้นโลหิต จนกระทั่งเป็นเหตุให้เกิดการอุดตันในเส้นโลหิตได้
  2. กรดไขมันทางสายกลาง มีปริมาณอะตอมของของคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) โดยประมาณ 8-14 อะตอม พบบ่อยในน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวรวมทั้งนมของแม่ในตอนคลอดใหม่ๆถ้าเกิดได้รับการบริโภคไขมันประเภทนี้ ก็จะถูกซึมซับไปสู่ตับเพื่อกลายเป็นพลังงานให้กับร่างกาย
  3. กรดไขมันสายสั้น มีปริมาณอะตอมของของคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 ) ราว 4-6 อะตอม ชอบอยู่ในสิ่งที่ผิดย่อยในทางเดินของกินของคนเรา ส่วนใหญ่ชอบทำหน้าที่เป็นของกินให้กับแบคทีเรียจำพวกดี ทำให้ไส้กำเนิดความสมดุลและก็เพิ่มการดึงสารอาหารต่างๆไปสู่ร่างกายอีกด้วย
    กรดไขมัน ( FATTY ACIDS ) จำพวกสายสั้นแล้วก็ทางสายกลาง มีขนาดอะตอมของคาร์บอนไดออกไซด์ ( CO2 )ไม่มากมาย ก็เลยมักถูกดูดซับโดยตับเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ในทันทีสล็อตออนไลน์
    สำหรับน้ำมันที่มี กรดไขมันสายยาวเป็นองค์ประกอบ ชอบมีโมเลกุลขนาดใหญ่ น้ำมันประเภทนั้นก็เลยชอบมีจุดหลอมเหลวที่สูง ทนไฟ แล้วก็สามารถใช้ตอบแทนความร้อนได้ดีมากว่าน้ำมันแบบที่มีกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งจะมีโมเลกุลขนาดเล็ก และก็ในส่วนของน้ำมันที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง ยกตัวอย่างเช่นน้ำมันเม็ดคำฝอย ก็จะมีโมเลกุลขนาดใหญ่ ที่สามารถเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นได้มากกว่าน้ำมันที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัวแบบ 1 ตำแหน่ง ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยทำให้น้ำมันที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง กำเนิดเป็นอนุมูลอิสระได้มากกว่าน้ำมันชนิดอื่นๆหากประยุกต์ใช้ทำอาหารที่จำต้องใช้อุณหภูมิสูงๆเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ก็จะมีผลให้กำเนิดพอลิเมอร์ที่ทำให้น้ำมันย่อยสลายได้เร็วขึ้น พวกเราก็เลยมักมีความคิดเห็นว่าน้ำมันบางประเภทเมื่อใช้ประกอบอาหารเสร็จ ชอบเหลวและก็ใสไม่เหนียวเสมือนตอนใช้ใหม่ๆ
    สรุป พวกเราสามารถจำแนกประเภท กรดไขมันได้เป็น 3 ชนิดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วนี้ และก็เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคนเรา ก็เลยไม่สมควรรับประทานอาหารที่ปรุงจากน้ำมันที่มีส่วนประกอบของไขมันสายยาวแล้วก็น้ำมันที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันอิ่มตัวบ่อยๆ เว้นแต่ว่าถ้าเกิดอยากได้ทำกับข้าวที่จำเป็นต้องใช้อุณหภูมิสูงๆเป็นระยะเวลานาน แต่ว่าในทางตรงกันข้าม หากอยากได้ทำอาหารโดยใช้น้ำมันที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันไม่อิ่มตัวแบบหลายตำแหน่ง ก็ไม่สมควรใช้อุณหภูมิสูงๆเป็นระยะเวลานานเพื่อคุ้มครองป้องกันการเสื่อมสลายของน้ำมันและก็การเกิดอนุมูลอิสระ
    จำพวกของกรดไขมัน (Fatty Acid) แล้วก็ไขมันทรานส์ (Trans Fat)
    ไขมันทรานส์ไม่สามารถที่จะถูกขับหรือล้างออกมาจากร่างกายได้ เป็นไขมันที่ไม่ใช้เรื่องดีสำหรับสุขภาพ
    ไขมันทรานส์
    ไขมันทรานส์เป็นอย่างไร ไขมันทรานส์ ( Trans Fat ) เป็นไขมันที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ มีลักษณะเหนียว โดยได้มีการทดลองโดยการนำน้ำมันหมูรวมทั้งน้ำมันที่สกัดจากมะพร้าวมาตากแดดร่วมกับน้ำมันพืชที่มีไขมันทรานส์เป็นองค์ประกอบอย่างแน่แท้ ในอุณหภูมิที่พอๆกับร่างกายมนุษย์ ซึ่งผลของการทดลองก็ได้สรุปออกมาว่า อีกทั้งน้ำมันที่ผลิตขึ้นมาจากมะพร้าวและก็น้ำมันหมู ไม่สามารถที่จะจับกุมเป็นไขได้ภายในร่างกายของคนเรา ถึงแม้ว่าภายในร่างกายมนุษย์จะมีอุณหภูมิมากถึง 37 องศาเซลเซียสก็ตาม ตอนที่น้ำมันทั้งสองแบบนี้จะเป็นไขเมื่อพบอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียส โดยสามารถเทียบได้จากความเหนียวที่เกิดขึ้นข้างหลังการทดสอบแล้วก็การบริโภคของกินที่มีไขมันทรานส์มากมายๆจะก่อให้จะมีผลให้ระดับคอเลสเตอรอลแบบ LDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลประเภทชั่วช้าในเลือดมากขึ้น และก็เข้าไปลดระดับคอเลสเตอรอลแบบ HDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลจำพวกดีในเลือด รวมทั้งเนื่องมาจากไขมันทรานส์เป็นไขมันที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงรูป เมื่อมนุษย์บริโภคเข้าไปในจำนวนมหาศาลๆก็จะมีผลให้กำเนิดรอยเปื้อน เหนียวๆติดด้านในลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และก็เส้นเลือด จนถึงทำให้น้ำไม่สามารถที่จะซึมผ่านคราบเปื้อนไขมันทรานส์นี้ได้ ฉะนั้น สารอาหารสำคัญที่จะต้องมีการละลายน้ำ ดังเช่น กรดอะมิโน วิตามินบีและก็วิตามินซีก็จะผิดซับ ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆในสุขภาพตามมาอย่างมาก
    นอกเหนือจากนั้น ไขมันทรานส์ไม่อาจจะถูกขับหรือล้างออกมาจากร่างกายได้อย่างสะดวกสบาย ก็เลยอาจจะทำให้กำเนิดปัญหาต่างๆเกี่ยวกับสุขภาพตามมาดังต่อไปนี้jumboslot
    ผลพวงของการได้รับ ไขมันทรานส์
  4. มีไขมันส่วนเกินมากขึ้น
  5. มีสภาวะรูปแบบการทำงานของตับที่ไม่ปกติ แล้วก็อาจจะเป็นผลให้เกิดภาวะไขมันพอกตับไปจนกระทั่งตับอักเสบ
  6. มีการเสี่ยงสูงที่จะทำให้เป็นโรคโรคเบาหวาน โรคความดันเลือด โรคหัวใจขาดเลือด โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ รวมทั้งโรคไขมันตันในเส้นโลหิต
    ประเทศในยุโรปและก็ประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้ควรจะมีฉลากเพื่อแสดงจำนวนไขมันทรานส์ ในเรื่องที่มีจำนวนมากกว่า 0.5 กรัมในของกิน
    ไขมันทรานส์ได้ถูกหน่วยงานของกินและก็ยาของอเมริกาได้กำหนดให้ของกินทุกหมวดหมู่แล้วก็ทุกจำพวกจำต้องเจาะจงจำนวนของ ไขมันทรานส์ ( Trans Fat ) ไว้บนฉลากโภชนาการของสินค้าไว้อย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งกำหนดให้ว่าของกินแต่ละจำพวกจ้องมองมีจำนวนของไขมันทรานส์น้อยกว่า 5 กรัมต่อ 1 หน่วยบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในยุโรปและก็อเมริกาได้กำหนดให้ควรจะมีฉลากเพื่อแสดงจำนวนไขมันทรานส์ ในเรื่องที่มีจำนวนมากกว่า 0.5 กรัมในของกิน และก็บางประเทศได้มีหลักเกณฑ์ห้ามใช้ไขมันทรานส์สำหรับในการปรุงอาหารเลย เนื่องจากว่าการรับพลังงานจากไขมันทรานส์ หากแม้มากขึ้นเพียง 2% ก็สามารถนำมาซึ่งการก่อให้เกิดอัตราเสี่ยงสำหรับการป็นโรคหัวใจมากขึ้นได้ถึง 93%
    ส่วนใหญ่แล้ว ของกินที่มี ไขมันทรานส์ ( Trans Fat ) พบได้ทั่วไปได้ในมาการีนหรือน้ำมันไขดัดแปลงปรับปรุงแก้ไข ซึ่งนิยมไปทำของหวาน ตัวอย่างเช่น โดนัท หรือของกินทอดจำพวกต่างๆได้แก่ ไก่ทอด เฟรนช์ฟราย ด้วยเหตุนี้ จึงต้องควรหลบหลีกของกินตั้งแต่นี้ต่อไปเนื่องจากว่ามีไขมันทรานส์สูง อาทิเช่น ครีมเทียม ขนมปังกรอบ เบเกอรี่ คุกกี้ ของหวานสำเร็จรูป รวมทั้งของกินทอดที่ใช้อุณหภูมิสูงสำหรับในการประกอบอาหารนานๆตัวอย่างเช่นไก่ทอด มันทอด แล้วก็ ขนมปาท่องโก๋ ฯลฯ แต่ว่าหากจึงควรมีการบริโภค ก็ควรจะบริโภคไข มันทรานส์ไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานที่ได้รับต่อวัน ( พลังงานที่มนุษย์ควรจะรับในทุกวันเป็น 2,000 แคลอรี่ ฉะนั้นถ้าคำนวณแล้ว พอๆกับวันละไม่เกิน 20 แคลอรี ) หรือโดยประมาณ ¹/₂ ช้อนชาต่อวันslot
    ข้อควรระวังสำหรับเพื่อการเลี่ยงของกินที่มีไขมันทรานส์
  7. ควรที่จะเลือกซื้อของกินที่มีจำนวนไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานส์และก็คอเลสเตอรอลต่ำ โดยการสังเกตฉลากโภชนาการ
  8. หากว่าบนฉลากของกินจะกำหนด Virtually Trans Fat Free หรือ 0 Gram Trans Fat หรือ Zero Trans Fat ก็ไม่สมควรเชื่อใจสำหรับในการซื้อของกินประเภทนั้น เพราะว่าอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมี ไขมันทรานส์ มากถึง 0.49 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งเป็นการลักไก่อย่างหนึ่งของผู้สร้าง
  9. ควรจะรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ได้แก่ อกไก่ สันในหมู ฯลฯ และไม่บริโภคอาหารพวกที่ทำมาจากการทอดที่ใช้น้ำมันท่วม เป็นต้นว่า ไก่ทอด เฟรนช์ฟราย แล้วก็ลดปริมาณของการรับประทานอาหารจานด่วนแบบ Fast Food
  10. ควรจะใช้น้ำมันปาล์มโอเลอินสำหรับในการทอดของกิน เพราะว่าน้ำมันชนิดนี้ ผ่านขั้นตอนการสกัดโดยไม่ใช้ความร้อน รวมทั้งควรจะใช้อุณหภูมิที่สมควรเป็น 160 °C-180 °C
  11. ควรที่จะเลือกซื้อนมประเภทที่มีไขมันต่ำ แล้วก็ควรจะกินผักและก็กินผลไม้ และก็ปลาที่มีโอเมก้า 3 สูง เป็นต้นว่า ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ฯลฯ
  12. เลือกใช้น้ำมันพืชให้เหมาะสมกับจำพวกของของกิน ได้แก่ ใช้น้ำมันงารวมทั้งน้ำมันที่ทำขึ้นมาจากมะกอกสำหรับในการทำน้ำสลัด เพราะเหตุว่าเป็นน้ำมันพืชจำพวกที่ไม่แข็งในอุณหภูมิต่ำ ก็เลยเชื่อมั่นได้ว่าจะไม่เป็นไขอย่างแน่แท้เมื่อนำสลัดไปแช่เย็น
  13. เลือกใช้มาการีนประเภทไม่แข็งมากมาย เพราะเหตุว่ายิ่งมาการีนแข็งมากมาย ก็จะมีไขมันทรานส์มากมาย
    สรุป ไขมันทรานส์สามารถพบบ่อยในอาหารสำเร็จรูปโดยเฉพาะอย่างยิ่งของกินแบบ Fast Food ที่วัยรุ่นรวมทั้งวัยทำงานถูกใจซื้อทานเพราะเหตุว่าความสบาย รวมทั้งถ้าเกิดได้รับไขมันทรานส์มากมายไปก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นควรจะทานในจำนวนที่เหมาะเจาะดีมากกว่า