ขั้นตอนการตรวจวัดความดันโลหิตที่ถูกต้อง

ความดันเลือดเป็นความดันหรือแรงกดดันที่เกิดขึ้นด้านในเส้นโลหิตแดงที่เกิดขึ้นมาจากการบีบตัวของหัวใจเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย

jumbo jili
แม้กระนั้นหากค่าความดันมีค่าน้อยหรือมากยิ่งกว่าค่ามาตรฐานนั้นจะมีผลให้กำเนิดโรคที่เป็นโทษต่อสภาพร่างกายได้ ดังต่อไปนี้

  1. โรคความดันเลือดต่ำ ( Low Blood Pressure/Hypotension ) การที่ร่างกายมีความดันต่ำลงยิ่งกว่าค่ามาตรฐานเป็นค่าความดันเลือดซีสโตลิคต่ำยิ่งกว่า 90 มม.ปรอทรวมทั้งค่าความดันเลือดไดแอสโตลิคต่ำลงยิ่งกว่า 60 มม.ปรอท โน่นเป็นมีค่าความดันเลือดต่ำกว่า 90/60 มม.ปรอทนั่นเอง
  2. โรคความดันเลือดสูง ( High Blood Pressure/Hypertension ) การที่ร่างกายมีความดันสูงว่าค่ามาตราฐานหมายถึงค่าความดันเลือดซีสโตลิคสูงยิ่งกว่า 140 มม.ปรอทแล้วก็ค่าความดันเลือดไดแอสโตลิคสูงว่า 90 มม.ปรอท โน่นเป็นมีค่าความดันเลือดต่ำกว่า 140/90 มม.ปรอทนั่นเอง
    โรคความดันเลือดสูงเป็นโรคที่มักพบกว่าโรคความดันเลือดต่ำ และก็โรคความดันเลือดสูงนั้นก็มีอัตรายถึงชีวิตได้ หากมิได้รับการดูแลรักษาที่ทันเวลา
    โรคความดันเลือดสูงแบ่งได้ 2 แบบ เป็น
  3. โรคความดันเลือดสูงเบื้องต้นหรือแบบไม่เคยรู้มูลเหตุ ( Primary Hypertension หรือ Essential Hypertension )หมายถึงโรคความดันที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้จักปัจจัยชัดแจ้ง ที่มาของโรคอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากการกินอาหารเค็มจัด จากพันธุกรรม โรคอ้วน อายุที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดภาวการณ์ของโรคขึ้น โรคความดันเลือดจำพวกนี้พบได้บ่อยถึง 95% ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทั้งหมดทั้งปวงสล็อต
  4. โรคความดันเลือดสูงแบบทุติยภูมิหรือแบบรู้ปัจจัย ( Secondary Hypertension )หมายถึงโรคความดันเลือดสูงที่ทราบปัจจัยกระจ่างว่ามีต้นเหตุจากอะไร เป็นต้นว่า คนที่ป่วยด้วยโรคไตจะมีผลให้กำเนิดโรคความดันเลือดสูง การเกิดเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต โรคไตเรื้อรัง การที่เส้นโลหิตแดงใหญ่กำเนิดตีบ โรคความดันเลือดแบบรู้ต้นสายปลายเหตุนี้จะเจอน้อยมากหรือเจอเพียงแค่ 5% ของปริมาณคนป่วยที่เป็นโรคความดันเลือดสูงทั้งสิ้น
    โรคความดันเลือดสูงเป็นโรคที่เอาชีวิตคนจำนวนมาก คนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่แก่น้อยที่อยู่ในวัยทำงาน ที่เป็นแบบนั้นก็เนื่องจากลักษณะของโรคภาวะความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่ไม่มีการแสดงอาการในระยะต้นๆทำให้คนไข้ไม่รู้ตัวว่าป่วยด้วยโรคความดันเลือดสูงก็เลยไม่ดูแลแล้วก็ทำรักษาควบคุมระดับความดันให้สมควร ซึ่งถ้าหากมิได้รับการดูแลแล้วก็ควบคุมแล้วคนเป็นความดันโลหิตสูงอาจจะมีการเกิดภาวะแทรกซ้อน อย่างเช่น อัมพฤกษ์ อัมพาตรวมทั้งโรคหัวใจ ฯลฯ หรือบางทีอาจเป็นต้นเหตุของการตายอย่างฉับพลันได้
    ความร้ายแรงของโรคความดันเลือดสูงแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ตาม เป็น
    ภาวะความดันโลหิตสูงระยะเริ่มต้นเริ่มเป็นคนที่มีค่าความดันเลือดซีสโตลิคอยู่ที่ 140-159 มม.ปรอทและก็ ค่าความดันเลือดไดแอสโตลิคอยู่ที่ 90 – 99 มม.ปรอท โดยในช่วงนี้โรคจะยังไม่มีการแสดงอาการของโรคความดันเลือด
  5. ความดันเลือดสูงระยะปานกลางเป็นคนที่มีค่าความดันเลือดซีสโตลิคอยู่ที่ 160-179 มม.ปรอทและก็ ค่าความดันเลือดไดแอสโตลิคอยู่ที่ 100-109 มม.ปรอทสล็อตออนไลน์
  6. ภาวะความดันโลหิตสูงระยะร้ายแรงหมายถึงคนที่มีค่าความดันเลือดซีสโตลิคสูงขึ้นมากยิ่งกว่า 180 มม.ปรอทขึ้นไปและก็ ค่าความดันเลือดไดแอสโตลิคสูงขึ้นยิ่งกว่า 110 มม.ปรอทขึ้นไป
  7. พักก่อนวัดความดัน ก่อนจะกระทำการวัดความดัน พวกเราจำเป็นต้องนั่งหรือนอนพักขั้นต่ำ 5-10 นาทีเพื่อความดันของพวกเรากลับสู่ที่ประชุมธรรมดา เนื่องจากหากกระทำการวัดในช่วงเวลาที่อ่อนเพลียความดันจะมีค่าสูงขึ้นยิ่งกว่าธรรมดา
  8. ท่าสำหรับเพื่อการวัด การประเมินความดันสามารถวัดได้อีกทั้งท่านั่งรวมทั้งนอน โดยการประมาณในท่านั่ง ให้นั่งบนเก้าอี้ วางแขนข้างที่อยากได้วัดจะเป็นแขนข้างขวาหรือซ้ายก็ได้บนโต๊ะ พร้อมกับหงายมีโชค ปลดปล่อยแขนตามอัธยาศัยไม่เกร็ง ท่านอนให้นอนหงาย วางมือหงายขึ้นตามอัธยาศัย
  9. การวางเครื่องตวงความดัน ควรจะวางเครื่องตวงความดันให้อยู่ในระดับเดียวกับหัวใจของคนที่อยากได้วัดความดัน
  10. พันผ้ารอบแขนข้างที่อยากได้วัด การพันผ้าควรจะพันให้อยู่เหนือศอกราวๆ 2 นิ้วแล้วก็จะต้องพันผ้าให้หมดไม่เหลือชายปล่อยทิ้งเอาไว้
  11. หาจุดชีพจรที่ข้อมือ เมื่อหาจุดชีพจรพบแล้วให้ใช้หูฟังวางถูกจุดนั้นเพื่อฟังเสียงชีพจรjumboslot
  12. บีบลูกยางเพื่อเพิ่มระดับความดันในผ้าพันแขน บีบไปเรื่อยกระทั่งกระทั้งยังมิได้ยินเสียงของชีพจรหรือจำนวนความดันบอกที่ 160 แล้วให้เบาๆคลายเกลียวลูกยางจนกระทั่งความดันในผ้าพอๆกับความดันในเส้นโลหิต เส้นโลหิตจะมีการขยายตัวออกให้เลือดออกผ่าน ขณะที่มีการคลายตัวเสียงของชีพจรจะดังตุ๊บๆกระทั่งที่จุดๆหนึ่งเสียงชีพจรจะแปลงรวมทั้งหายไป รอคอยกระทั่งจำนวนบนจอเครื่องตวงความดันนิ่ง
  13. เสียงดังที่ได้ยินในคราวแรกเป็นค่าความดันซีสโตลิค รวมทั้งที่จุดที่เสียงหายไปเป็น ค่าความดันไดแอสโตลิค การประเมินความดันเพื่อความเที่ยงตรงของค่าความดันที่ได้ ควรจะวัดซ้ำกัน 2 ครั้ง
    โรคความดันเลือดสูงนับว่าเป็นภัยเงียบที่คืบคลานเข้ามาในชีวิตของพวกเราอย่างช้าๆด้วยการที่โรคจะออกอาการของโรคความดันเลือดก็เมื่ออยู่ในสภาพการณ์ที่รุนแรงแล้ว โดยเหตุนี้ทางที่ดีพวกเราจึงต้องควรเอาใจใส่ดูแลตนเองด้วยการตรวจร่างกาย วัดความดันเสมอๆเพื่อคุ้มครองป้องกันการเป็นโรคความดันเลือดสูง
    ซึ่งการประเมินความดันจะต้องวัดด้วยแนวทางที่ถูกด้วย ก็เลยจะชี้ได้อย่างเที่ยงตรงว่าพวกเรามีลักษณะอาการของโรคความดันเลือดสูงไหม
    สัญญาณชีพเป็นสัญญาณที่แสดงออกถึงการมีชีวิตอยู่หรือบ่งถึงความเปลี่ยนไปจากปกติในร่างกายของคนเราประกอบไปด้วย
  14. ชีพจร ( Pulse ) ซึ่งชีพจรธรรมดาจะอยู่ที่โดยประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาทีslot
  15. อัตราการหายใจ ( Respiratory ) อัตราการหายใจธรรมดาจะอยู่ที่ 12-18 ครั้งต่อนาที
  16. อุณหภูมิของร่างกาย ( Body Temperature ) อุณหภูมิร่างกายธรรมดาจะอยู่ที่ 36.8 ±0.7 °C หรือ 98.2° ±1.3 °F
    4.ความดันเลือด ( Blood Pressure ) ความดันเลือดหมายถึงความดันหรือแรงกดดันที่เกิดขึ้นข้างในเส้นเลือดแดงที่เกิดขึ้นจากการบีบตัวของหัวใจเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย
    ผลค่าความดันเลือดจะรายงานเป็นตัวเลข 2 ตัว เป็น
  17. ค่าความดันเลือดซีสโตลิค ( Systolic Blood Pressure )หมายถึงค่าความดันที่เกิดขึ้นในเส้นโลหิตในช่วงเวลาที่หัวใจกระทำบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดไหลจากหัวใจส่งไปสู่อวัยวะ การแจ้งผลจำนวนนี้จะเป็นตัวเลขตัวบนหรือจำนวนที่อยู่ข้างหน้า
  18. ค่าความดันเลือดไดแอสโตลิค ( Diastolic Blood Pressure )เป็นค่าความดันที่เหลืออยู่ในเส้นโลหิตภายหลังที่หัวใจบีบตัวหรือค่าความดันที่วัดในเวลาที่หัวใจมิได้บีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดนั่นเอง ค่านี้จะมีค่าน้อยกว่าความดันเลือดซีสโตลิคเสมอ การแจ้งผลค่าความดันเลือดนี้จะอยู่ข้างล่างหรือข้างหลัง
    ค่าความดันธรรมดาหมายถึงค่าความดันเลือดซีสโตลิคจะมีค่าโดยประมาณ 120-139 มม.ปรอท รวมทั้งค่าความดันเลือดไดแอสโตลิคมีค่าราว 80-89 มม.ปรอท หรือค่าความดันอยู่ระหว่าง 120/80 – 139/89 จัดว่าความดันอยู่ในสภาพการณ์ธรรมดาปลอดภัยต่อสภาพทางด้านร่างกาย