การเลือกเครื่องดื่่มสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

เว้นแต่น้ำดื่มแล้ว เครื่องดื่มอื่นๆดังเช่นน้ำอัดลม เครื่องดื่มบำรุงกำลัง กาแฟ ระเบียงมหรือนมเปรี้ยว ก็เป็นเครื่องดื่มที่ผู้คนจำนวนมากนิยมดื่มกันในวันแล้ววันเล่าด้วยเหมือนกัน โน่นก็เพราะเหตุว่าเครื่องดื่มพวกนี้จะให้ความมีชีวิตชีวารวมทั้งคลายความเครียดเจริญ แม้กระนั้นทราบไหมว่าเป็น เครื่องดื่มก่อโรคเบาหวาน แอบแฝงมาทั้งหมดทั้งปวง นั่นก็คืออาจจะทำให้คุณเป็นโรคเบาหวานได้โดยไม่ทันรู้ตัวนั่นเอง

jumbo jili
คำนวณจำนวนของน้ำตาลในเครื่องดื่มจากฉลากโภชนาการ
1.ในกรณีที่จำนวนของน้ำตาลในฉลากเจาะจงมาเป็น % ให้คำนวณตามสูตรดังต่อไปนี้
( จำนวน ( % ) × ขนาดสุทธิ (มิลลิลิตร) ) / 500 = จำนวนน้ำตาลเป็นช้อนชา
2.ในกรณีที่จำนวนของน้ำตาลในฉลากกำหนดมาเป็นกรัม ให้คำนวณตามสูตรดังต่อไปนี้
(น้ำตาล (กรัม) ) / 500 = จำนวนน้ำตาลเป็นช้อนชา
เช่น น้ำมะนาว 350 มิลลิลิตร มีน้ำตาลอยู่ทั้งหมดทั้งปวง 10.5% สามารถหาจำนวนของน้ำตาลได้โดย (10.5×350) / 500 = 7.35
ซึ่งสรุปได้ว่า การที่พวกเรากินน้ำมะนาวกล่องนี้ 1 กล่อง ก็พอๆกับว่าได้ทานน้ำตาลไปๆมาๆกกว่า 7 ช้อนชานั่นเอง ซึ่งปกติแล้วมนุษย์เราควรจะดื่มน้ำตาลไม่เกินวันละ 6 ช้อนชาแค่นั้น
ด้วยเหตุนั้นถ้ากินน้ำมะนาวต่อเนื่องกันเสมอๆทุกๆวัน รับประกันเลยว่าโรคเบาหวานจำเป็นจะต้องสอบถามหาอย่างแน่แท้ โดยเหตุนี้อย่าได้ประมาทว่าการดื่มเครื่องดื่มกลุ่มนี้จะไม่ทำให้เป็นโรคเบาหวานเด็ดขาด
กาแฟหอม มากับโรค

สล็อต
จำเป็นต้องสารภาพเลยว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์สูงที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวัยศึกษาหรือวัยทำงานก็ตาม รวมทั้งเพราะเหตุว่าในตอนนี้มีกาแฟสำเร็จรูปออกมาขายจำนวนมาก หลายๆคนก็เลยหันมาดื่มกาแฟสำเร็จรูปกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งกาแฟที่ชงขายตามร้านค้า อย่างมอคค่า ลาเต้หรือติดอยู่ปูชิโน่ด้วยเหมือนกัน แล้วก็แน่ๆว่ากาแฟกลุ่มนี้ล้วนมีส่วนผสมของน้ำตาลในจำนวนมาก ซึ่งก็จะก่อให้คุณมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้อย่างง่ายดายอย่างยิ่งจริงๆ ได้แก่
ลาเต้เย็น ให้พลังงาน 288 แคลอรี และก็มีน้ำตาล 3-9 ช้อนชา
ติดอยู่ปูชิโน่เย็น ให้พลังงาน 303 แคลอรี และก็มีน้ำตาล 6-9 ช้อนชา
มอคค่าเย็น ให้พลังงาน 404 แคลอรี และก็มีน้ำตาล 5-9 ช้อนชา
โดยจากข้อมูลพวกนี้ ยังไม่นับรวมน้ำเชื่อม ผงช็อกโกแลตรวมทั้งอื่นๆที่ใส่ลงไปในกาแฟ ก็เลยสรุปได้ว่า กาแฟก็เป็นตัวการร้ายของเบาหวานที่จะละเลยมิได้อย่างยิ่งจริงๆ
แอลกอฮอล์ ถึงจะขมแต่ว่าก็ซ่อนเร้นด้วยโรคเบาหวาน
โรคเบาหวาน มิได้เกิดขึ้นจากการกินอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีรสชาติหวานแค่นั้น แม้กระนั้นเครื่องดื่มที่มีรสขมอย่างแอลกอฮอล์ ก็บางทีอาจทำให้เกิดการเป็นโรคเบาหวานได้สิ่งเดียวกัน โน่นก็เนื่องจาก
1.การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เสมอๆทุกวี่วัน จะนำมาซึ่งการทำให้อินซูลินลดน้อยลงรวมทั้งระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงมากขึ้น

สล็อตออนไลน์
2.เมื่อดื่มแอลกอฮอล์เพียง 1 กรัม จะให้พลังงานสูงถึง 7 แคลอรี
3.โดยธรรมดาแอลกอฮอล์จะให้พลังงานที่สูงมากมาย ทำให้ร่างกายไม่ต้องเผาผลาญไขมันออกมาใช้เป็นพลังงาน สำเร็จให้มีไขมันสะสมมากเพิ่มขึ้นจนถึงอ้วนอ้วนแล้วก็เป็นโรคเบาหวานได้
4.แอลกอฮอล์จะเข้าไปกีดกันการดูดซึมของโปรตีนที่ย่อยแล้ว ซึ่งนอกเหนือจากการที่จะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ก็บางทีอาจขาดสารอาหารได้อีกด้วย
พลังงานที่เจอในเครื่องดื่มต่างๆ
เครื่องดื่ม พลังงาน (แคลอรี)
เบียร์สดกระป๋อง 350 ml 144
เหล้าองุ่นหรือแล้วก็ไวน์ 1 แก้ว 80
วิสกี้ 30 ml 65
เบียร์สด 100 ml 42
จะมองเห็นได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก็เสี่ยงโรคเบาหวานได้มากทีเดียว ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เพศชายควรจะดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกินวันละ 2 ดริ๊ง และก็สตรีควรจะดื่มไม่เกินวันละ 1 ดริ๊ง
แอลกอฮอล์หลงเหลือในกระแสโลหิต

jumboslot
เมื่อแอลกอฮอล์หลงเหลือในกระแสโลหิต จะมีผลให้มีการกัดกันไม่ให้ร่างกายสามารถนำไขมันไปเผาผลาญเป็นพลังงานได้ รวมทั้งยังมีผลให้ความสามารถสำหรับการย่อยและก็การดูดซึมคาร์โบไฮเดรตลดลดน้อยลงกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งก็จะถูกกลายเป็นไขมันรวมทั้งย้อนกลับมาเกาะที่ตับแทน ผลที่ได้ขึ้นก็คือเซลล์ตับจะซุกซนต่ออินซูลิน รวมทั้งระดับน้ำตาลเพิ่มสูงมากขึ้นกระทั่งเป็นโรคเบาหวานได้สุดท้าย อย่างไรก็ดีการดื่มแอลกอฮอล์ แม้ดื่มในจำนวนที่เหมาะเจาะ ก็จะช่วยลดโรคเบาหวานแล้วก็โรคหัวใจได้อีกด้วย โดยจำนวนที่พอเหมาะพอควรก็คือเท่ากันกับเอทานอล 12.6 กรัมนั่นเอง
แนวทางการดื่มอย่างฉลาด
เนื่องมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มีอีกทั้งผลดีแล้วก็โทษ โดยเหตุนี้พวกเรามาดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์อย่างฉลาดกันเลยดีกว่า ซึ่งก็มีวิธีการการดื่มดังต่อไปนี้
1.งดเว้นดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างต่ำ 2 วันต่ออาทิตย์ ต่อจากนั้นแล้วก็ค่อยๆลดจำนวนการดื่มลงเรื่อยจนกระทั่งสามารถเลิกกินได้ท้ายที่สุด หรือดื่มเพียงแค่วันละไม่เกิน 1-2 ดริ๊ง
2.พากเพียรอย่าดื่มพร้อมกันไปกับการทานกับแกล้ม เนื่องจากว่าบางทีอาจได้รับพลังงานจากกับแกล้มสูงกระทั่งทำให้อ้วนและก็เป็นโรคเบาหวานได้ โดยบางทีอาจลดกับแกล้มให้ลดน้อยลง หรือกลายเป็นรายการอาหารอื่นๆที่มีแคลอรีต่ำนั่นเอง

slot
3.บากบั่นควบคุมจำนวนแคลอรีที่ร่างกายได้รับในทุกวันให้ได้มากที่สุด โดยบางทีอาจควบคุมด้วยการลดจำนวนของกินแล้วก็การบริหารร่างกายนั่นเอง
4.ไม่สมควรดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์แล้วก็ไม่กินอาหารแทน เนื่องจากมิได้ช่วยอะไร เพราะว่าแอลกอฮอล์ไม่ให้สารอาหาร แต่ว่าจะให้พลังงานสูงก็เลยอาจจะเป็นผลให้อ้วนรวมทั้งเป็นโรคเบาหวานได้ง่าย แม้ว่าจะไม่อ้วนก็ตาม
5.คิดจะดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ควรจะดื่มเพียงแค่วันละ 1 ดริ๊งแค่นั้น ซึ่งนอกเหนือจากที่จะไม่ทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อสุขภาพแล้ว ก็ยังช่วยลดการเสี่ยงโรคเบาหวานแล้วก็โรคหัวใจก้าวหน้าทีเดียว